[x] ปิดหน้าต่างนี้
Powered by MAXSITE 1.10
[หน่วยงานด้านสาธารณสุข]
+
- กระทรวงสาธารณสุข
- สนง.ประกันสุขภาพฯ
- กรมควบคุมโรค
- สสส.
- สมาคมหมออนามัย
- สภาการพยาบาล
- กรมการแพทย์
- กรมสุขภาพจิต
- องค์การเภสัชกรรม
- กรมอนามัย
- กรมสนับสนุนบริการสุขภาพ
 
 
[หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง]
+
- ศูนย์กลางการจัดการความรู้
- กรมสรรพากร
- สำนักงาน กพ.
 
 
[มุมแห่งการเรียนรู้]
+
- ความรู้คอมฯby Bcoms.net
- Tip การใช้งาน Computer
- ศูนย์ความรู้คอมพิวเตอร์
- เกี่ยวกับ ไวรัส
- ข่าวไอที และ ทิป by ARiP
 
 


  

งานผู้ป่วยใน
เรื่องของมะเร็ง

อังคาร ที่ 25 เดือน กุมภาพันธ์ พ.ศ.2557


การรักษาอาการปวดจากโรคมะเร็ง ความเจ็บปวดคืออะไร ? ความเจ็บปวดคืออาการที่มีความรู้สึกเจ็บปวด มีประโยชน์คือช่วยเตือนให้ร่างกายรับรู้ถึงการบาดเจ็บและโรคภัยต่างๆ คนเราแต่ละคนจะรับรู้ถึงความ เจ็บปวดได้ไม่เหมือนกัน ดังนั้นผู้ป่วยจึงควรอธิบายให้แพทย์ พยาบาลทราบอย่างละเอียดถึง ลักษณะของความเจ็บปวด ตาแหน่งที่ปวด เวลาที่ปวด ปวดมาก เท่าไร ปวดเหมือนอะไร สิ่งใดทาให้ปวดมากขึ้นหรือน้อยลงความเจ็บปวดมีผลกระทบต่อชีวิตประจาวันอย่างไร ความเจ็บปวด (pain) เป็นหนึ่งในอาการส่วนใหญ่ที่เกี่ยวข้องกับมะเร็ง ซึ่งผู้ป่วยที่เป็นโรคมะเร็งเองจะสามารถแยกความเจ็บปวดที่เกิดจากมะเร็งออกจาก ความเจ็บปวดที่เกิดจากสาเหตุอื่นได้ ความเจ็บปวดเกิดได้หนึ่งในสี่ของผู้ป่วยที่เพิ่งวินิจฉัยว่าเป็นมะเร็งเกิดได้ หนึ่งในสามของผู้ป่วยที่กาลังรักษาอยู่ และเกิดได้ สามในสี่ของผู้ป่วยมะเร็งระยะสุดท้ายสาเหตุของอาการเจ็บปวดมีได้หลายสาเหตุ อาทิเช่น - อาการปวดจากก้อนมะเร็ง โดยก้อนมะเร็งไปกดเบียดอวัยวะอื่น กดทับเส้นประสาท หรือกดกระดูก อาการปวดจึงแล้วแต่ว่าเกิดก้อนมะเร็งที่ตาแหน่งใด - อาการปวดจากการรักษามะเร็ง การรักษามะเร็งมีหลายวิธีเช่น การได้ยาเคมีบาบัด การฉายแสง หรือการผ่าตัด ซึ่งล้วนแล้วแต่ก่อให้เกิดความเจ็บปวดได้ - อาการเจ็บปวดอื่นๆที่ไม่เกี่ยวข้องกับมะเร็งหรือการรักษา เช่น ความเจ็บปวดที่เกิดจากโรคทั่วไป เช่นปวดหลัง ปวดศีรษะซึ่งจะรักษาควบคู่ไปกับ การรักษามะเร็ง กลไกการเกิดความเจ็บปวด ความเจ็บปวดเกิดได้จากหลายสาเหตุดังที่กล่าวมาข้างต้น ซึ่งการรักษาจะขึ้นกับสาเหตุกลไกความเจ็บปวด กลไกหลักของความเจ็บปวดแบ่งได้เป็น สองกลไก ได้แก่ อาการปวดทางร่างกาย (Nociceptive pain) เป็นผลมาจากการบาดเจ็บของโครงสร้างกล้ามเนื้อหรืออวัยวะภายในร่างกายทาให้มีการกระตุ้นเซลล์ ประสาทรับความเจ็บที่มีตามผิวหนัง อวัยวะภายใน กล้ามเนื้อ และเนื้อเยื่อเกี่ยวพัน - การปวดจากโครงสร้างกล้ามเนื้อ (Somatic pain) : อาการปวดจะบอกตาแหน่งได้ เจ็บแบบเสียดแทง เจ็บตื้อๆ หรือเจ็บเหมือนโดนกด โดยอาการเจ็บ ลักษณะนี้พบได้บ่อยหลังผ่าตัด หรือโรคมะเร็งที่แพร่กระจายไปกระดูก - การปวดจากอวัยวะภายใน (Visceral pain) : อธิบายอาการปวดแบบทั่วๆ ปวดบิด มักเกิดจากอวัยวะภายในในท้อง หรือ ในช่องอกถูกกดทับ มีก้อนเนื้อ แทรกอยู่ หรือมีการโป่งพอง อาการปวดทางระบบประสาท (Neuropathic pain) เกิดจากการบาดเจ็บของระบบประสาทส่วนปลายหรือส่วนกลาง ผู้ป่วยมักอธิบายว่ามีอาการปวด แบบแสบร้อน เสียดแทง ซึ่งอาจเกิดจาก ช่องกระดูกสันหลังแคบ ปลายประสาทเสื่อมจากเบาหวาน หรือเป็นผลข้างเคียงจากการได้รับยาเคมีบาบัด หรือ การฉายแสง Pain Type Example Characteristics/ Description Nociceptive Visceral Liver capsule Pain Sharp/ stabbin/ ache Somatic Bone pain Deep/ aching/ "like toothache"/ "gnawing" Muscle spasm Cramp cramp, spasm, achey, intermittent Neuropathic Nerve Injury  Peripheral neuroma, brachial plexus infiltration burning/ stabbing/ "pins and needles"  Central Spinal cord compression numbness/ weakness/ tight chest pain  Mixed post herpetic neuralgia cutting/ stabbing/ shooting/ burning Sympathetically maintained chronic post surgical pain burning (superficial), arterial distribution การวัดระดับความเจ็บปวด เราสามารถวัดระดับความเจ็บปวดได้จากการให้ผู้ป่วยลาดับความแรงของอาการ มี 2 วิธีที่นิยม - ตัวเลข 0-10 (Nnumerical rating scale) 0 คือไม่เจ็บปวด 10 คือเจ็บปวดมาก - รูปภาพ (The faces pain rating scale) ใช้กับผู้ป่วยที่ไม่คุ้นเคยกับตัวเลข เช่นเด็ก ผู้สูงอายุ หรือมีปัญหาเรื่องการสื่อสาร สิ่งสาคัญที่ต้องบอกแพทย์เพื่อการประเมินระดับความเจ็บปวด - ปวดมากเท่าใด - ปวดแบบใด (ตื้อๆ แน่นๆ เสียดๆ เหมือนโดนของแหลมแทง ชา แสบร้อน) - เริ่มเมื่อใด หายเมื่อใด - มีอะไรช่วยให้ดีขึ้นหรือแย่ลง - ความเจ็บปวดเกิดจากโรคมะเร็งหรือสาเหตุอื่นๆ ด้วย - ผู้ป่วยมีวิธีบรรเทาปวดอย่างไร - เคยมีสิ่งกระทบกระเทือนจิตใจหรือไม่ - มีความเชื่อในเรื่องความเจ็บปวดและการบรรเทาความเจ็บปวดอย่างไร ชนิดของยาระงับความเจ็บปวด ยาแก้ปวดเบื้องต้น ที่ไม่ใช่กลุ่มมอร์ฟีน (Nonopioids) เช่น Acetaminophen, NSAIDS เช่น ibuprofen ซึ่งยาในกลุ่มนี้ จะระงับความเจ็บปวด ในระดับน้อยจนถึงปานกลาง ยาในกลุ่มนี้บางตัวสามารถหาซื้อได้ตามร้านขายยาทั่วไป ไม่จาเป็นต้องมีใบสั่งยา แต่ยาบางตัว เช่น NSAIDS อาจก่อให้เกิดเลือด ออกในทางเดินอาหาร ปัญหาการแข็งตัวของเลือด หรือปัญหาโรคไต Acetaminophen ถ้าได้รับในปริมาณมากเกินไป อาจเกิดปัญหากับตับได้ ยาแก้ปวดอย่างแรงกลุ่มมอร์ฟีนและอนุพันธ์ (Opiods) - เป็นยาแก้ปวดที่มีประสิทธิมากที่สุดสาหรับผู้ป่วยมะเร็งที่ปวดปานกลางถึงมากที่สุด - ยากลุ่มนี้ไม่ก่อให้เกิดปัญหาเลือดออกทางเดินอาหาร แต่อาจเกิดผลข้างเคียงเช่น - อาการคลื่นไส้ อาเจียน สามารถให้ยาแก้คลื่นไส้อาเจียน - อาการท้องผูก สามารถให้ยาระบายเพื่อบรรเทาผลข้างเคียง - อาการง่วงนอน ซึม ป้องกันและรักษาโดย  เริ่มปริมาณยาที่น้อยก่อน และค่อยๆเพิ่มปริมาณ  ประเมินผู้ป่วยถ้าจาเป็นต้องให้ปริมาณมากและเป็นเวลานาน  เพิ่มยาในกลุ่มอื่น เพื่อลดปริมาณยาในกลุ่มมอร์ฟีนและอนุพันธ์  หลีกเลี่ยงยากดระบบประมาทอื่นๆ  พิจารณายาแก้ฤทธิ์ (Naloxone) ถ้ามีการหยุดการหายใจ - อาการทางจิตเวช เช่น สับสน หูแว่ว ประสาทหลอน - ปัสสาวะไม่ออก ซึ่งอาจจะต้องลดปริมาณยา - ยาแก้ปวดแบบแผ่นแปะ (Transdermal fentanyl) เป็นแผ่นปิดที่ผิวหนัง ซึ่งในแผ่นปิดผิวหนังประกอบไปด้วยยาแก้หวัดที่สามรถซึมผ่านทางผิวหนัง สามารถใช้ได้ในผู้ป่วยที่มีอาการเจ็บป่วยระดับปานกลางถึงมากอย่างต่อเนื่องที่ มักใช้ในผู้ป่วยโรคมะเร็ง  ออกฤทธิ์ได้นานประมาณ 72 ชั่วโมง  คลื่นไส้อาเจียน ท้องผูก ง่วงซึม น้อยกว่ายากลุ่มมอร์ฟีนชนิดอื่น  ควรหลีกเลี่ยงในผู้ป่วยที่มีไข้หรือความร้อนจากไฟ เพราะอาจทาให้การดูดซึมยาเข้าสู่ผิวหนังได้มากกว่าปกติ  ไม่เจ็บตัวเหมือนยาฉีด  ผลข้างเคียงที่ผิวหนัง ได้แก่ แดง ผื่น คัน เกิดได้น้อยและสามารถหายภายใน 24 ชั่วโมงหลังแกะออก ซึ่งเกิดจากกระบวนการระคายเคือง มากกว่าการแพ้ - ยาแก้ซึมเศร้าสามารถรักษาอาการปวดที่เกิดจากการบาดเจ็บของเส้นประสาทได้ เช่น Amitriptyline, Imipramine - สเตียรอยด์ ช่วยบรรเทาอาการปวดจากกระดูก หรือก้อนเนื้องอกในสมอง แต่มีผลข้างเคียงคือ ระคายเคืองและเลือดออกในทางเดินอาหาร เพิ่มระดับน้าตาลในเลือดกล้ามเนื้ออ่อนแรง การรักษาอาการปวดในกลุ่มผู้ป่วยที่มีความเจ็บปวดระดับรุนแรง • ควรได้รับยากลุ่มมอร์ฟีนชนิดออกฤทธิ์สั้น • ยารับประทาน o อาจเริ่มที่ยามอร์ฟีนแบบรับประทาน 5-15 มก. สาหรับคนที่ไม่เคยได้รับยามาก่อน o ส่วนผู้ป่วยที่เคยได้รับยากลุ่มมอร์ฟีนมาก่อน ควรจะต้องได้ยาที่ออกฤทธิ์ยาวเพื่อครอบคลุมอาการปวดตลอด 24 ชั่วโมงและให้ยาที่ออกฤทธิ์สั้นเพิ่มเมื่อ มีอาการปวดขึ้นมาอย่างเฉียบพลัน o ประเมินผลและผลข้างเคียงได้ยารับประทาน 60 นาที ถ้าอาการปวดไม่ดีขึ้นให้ปรับเพิ่มยาอีก 50-100% ซึ่งถ้าเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ 2-3 ครั้งแล้วยังไม่เพียงพอ อาจพิจารณาเป็นยาฉีดเข้าเส้นเลือดดาแทน o ถ้าความเจ็บปวดลดลงเป็นระดับปานกลาง สามารถใช้ยาปริมาณเท่านี้ได้และค่อยประเมินผลต่ออีกครั้ง o ถ้าความเจ็บปวดลดลงเป็นระดับเล็กน้อย สามารถใช้ยาระดับนี้เป็นเฉพาะเวลาปวดได้ • การฉีดยา o อาจเริ่มที่ยามอร์ฟีนแบบฉีด 2-5 มก. สาหรับคนที่ไม่เคยได้รับยามาก่อน o ส่วนผู้ป่วยที่เคยได้รับยามาก่อนให้เพิ่มปริมาณประมาณ 10% ต่อวัน o ประเมินผู้ป่วยหลังรับยา 15 นาที o ถ้าอาการปวดไม่ดีขึ้นสามารถปรับเพิ่มยาได้ 50-100% แต่ถ้าเพิ่มยาไป 2-3 ครั้งแล้วยังไม่สามารถควบคุมความเจ็บปวดได้พิจารณาวิธีทางอื่น เช่น การให้ยาที่ค่อยๆออกฤทธิ์ ร่วมกับยาเฉพาะเวลามีอาการมากขึ้นในแต่ละครั้ง ร่วมกับฟื้นฟูสภาพจิตใจ o ถ้าความเจ็บปวดลดลงเป็นระดับปานกลาง สามารถใช้ยาปริมาณเท่านี้ได้และค่อยประเมินผลต่ออีกครั้ง o ถ้าความเจ็บปวดลดลงเป็นระดับเล็กน้อย สามารถใช้ยาระดับนี้เป็นเฉพาะเวลาปวดได้ • ผู้ป่วยบางรายไม่สามารถทนผลข้างเคียงจากยา หรือดื้อต่อยาแล้ว มีวิธีการอื่นอีกแต่ค่อนข้างรุนแรง เช่น ฉีดยาแก้ปวดเข้าไปในน้าไขสันหลังหรือเส้นประสาท การรักษาอาการปวดในกลุ่มผู้ป่วยที่มีความเจ็บปวดระดับปานกลาง พิจารณาการให้ยาเหมือนกับผู้ป่วยในกลุ่มที่มีระดับความเจ็บปวดแบบรุนแรง การรักษาอาการปวดในกลุ่มผู้ป่วยที่มีความเจ็บปวดระดับเล็กน้อย พิจารณาให้ยาแก้ปวดในกลุ่มยาแก้ปวดเบื้องต้น ที่ไม่ใช่กลุ่มมอร์ฟีน (Nonopioids) แบบที่ออกฤทธิ์ระยะสั้น โดยส่วนใหญ่แล้วในผู้ป่วยโรคมะเร็งสามารถควบ คุมความเจ็บปวดได้ด้วยวิธีการที่เหมาะสมและมีความปลอดภัยซึ่งการรักษาความ เจ็บปวดขึ้นอยู่กับ ผู้ป่วยแต่ละคน มีการติดตามอาการผู้ป่วยเป็นระยะๆ อุปสรรคต่อการบรรเทาปวดจากโรคมะเร็งมีอะไรบ้าง ? ความเข้าใจผิด กลัวว่าจะติดยาแก้ปวด โดยเฉพาะพวกมอร์ฟีน ซึ่งความจริงแล้วโอกาสเกิดขึ้นน้อยมากผู้ป่วยกลัวว่าจะเกิดผลข้างเคียงจากยา ซึ่งความจริงมีไม่มากและยังสามารถป้องกันและรักษาได้ การมองข้ามความเจ็บปวดคิดว่าไม่สาคัญ หรือควรทนให้ได้ ซึ่งไม่จาเป็น ปัจจุบันมีวิธีบรรเทาความ เจ็บปวดที่หลากหลาย สิ่งสาคัญที่ผู้ป่วยและครอบครัวควรทราบ แพทย์คานึงถึงเรื่องความปวดของผู้ป่วยมาก ดั้งนั้นควรแจ้งให้ทราบทุกครั้งเมื่อมีอาการปวดบอกโดยละเอียดถึงลักษณะความปวด โดยไม่จาเป็นต้อง อดทนเจ็บปวด ส่วนมากความเจ็บปวดสามารถบรรเทาได้ด้วยยาชนิดรับประทานซึ่งมีให้เลือกหลากหลายชนิด โอกาสดื้อยา ติดยาน้อยมาก ต้องบอกแพทย์ถึงปัญหา จากการใช้ยา ซึ่งปัญหาต่างๆ สามารถแก้ไขได้ด้วยแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ ผลข้างเคียงของยาบรรเทาปวดมีอะไรบ้าง ? และเมื่อเกิดผลข้างเคียงรักษาอย่างไร ? ผลข้างเคียงของยาในกลุ่ม opioid เช่น มอร์ฟีนที่เกิดขึ้น เช่น - คลื่นไส้ อาเจียน รักษาด้วยยาแก้คลื่นไส้ ซึ่งสามารถรักษาได้ภายใน 1-3 วัน - ง่วงซึม ป้องกันได้โดยเริ่มให้ยาทีละน้อยๆ ค่อยๆเพิ่มระดับจนได้ระดับที่เหมาะสมที่มากที่สุดที่บรรเทาปวดได้โดยไม่ง่วงซึม หากเกิดอาการ ง่วงซึมมากให้หยุดยาในครั้งต่อไป รอประมาณ ½ - 1 วันแล้วเริ่มยาใหม่ - ท้องผูก ป้องกันแก้ไขได้โดย ดื่มน้ามากๆ รับประทานอาหารที่มีกากใยมาก ออกกาลังกาย ใช้ยาระบายตามแพทย์สั่ง

เข้าชม : 8619


งานผู้ป่วยใน 5 อันดับล่าสุด

      ผู้สูงอายุสุขภาพดี 14 / มิ.ย. / 2557
      เรื่องของมะเร็ง 25 / ก.พ. / 2557
      โรคไตวายเรื้อรัง 5 / ส.ค. / 2556
      เรื่อง ปอดปอด 2 / ส.ค. / 2555
      living will 11 / ก.ค. / 2555




ชื่อ/Email :
ใส่รหัสที่ท่านเห็นลงในช่องนี้
ไอคอน : ย่อหน้า จัดซ้าย จัดกลาง จัดขวา ตัวหนา ตัวเอียง เส้นใต้ ตัวยก ตัวห้อย ตัวหนังสือเรืองแสง ตัวหนังสือมีเงา สีแดง สีเขียว สีน้ำเงิน สีส้ม สีชมพู สีเทา
อ้างอิงคำพูด เพิ่มเพลง เพิ่มวีดีโอคลิป เพิ่มรูปภาพ เพิ่มไฟล์ Flash เพิ่มลิงก์ เพิ่มอีเมล์
ความคิดเห็น :


กรุณาใช้คำพูดที่สุภาพ และอย่าใช้คำพูดที่พาดพิงถึงบุคคลอื่นให้เสียหาย ขอขอบคุณที่ให้ความร่วมมือ


ข้อความที่ท่านได้อ่าน เกิดจากการเขียนโดยสาธารณชน และส่งขึ้นมาแบบอัตโนมัติ เจ้าของระบบไม่รับผิดชอบต่อข้อความใดๆทั้งสิ้น เพราะไม่สามารถระบุได้ว่าเป็นความจริงหรือ ชื่อผู้เขียนที่ได้เห็นคือชื่อจริง ผู้อ่านจึงควรใช้วิจารณญาณในการกลั่นกรอง และถ้าท่านพบเห็นข้อความใดที่ขัดต่อกฎหมายและศีลธรรม กรุณาแจ้งที่ layoke2003@hotmail.com เพื่อให้ผู้ควบคุมระบบทราบและทำการลบข้อความนั้น ออกจากระบบต่อไป

Home     About us     News     Calendar     Webboard     Knowledge    Admin
โรงพยาบาลลอง 156 หมู่ 6 ต.ห้วยอ้อ อ.ลอง จ.แพร่ 54150
Tel. 0-05458-1479 , 0-5458-1661 Fax. 0-5458-1479 ต่อ 1041 ivr sesli yanit
ผู้จัดทำ : ทีมเทคโนโลยีสารสนเทศ

Powered by maxsite
Webmaster : layoke2003@hotmail.com