[x] ปิดหน้าต่างนี้
Powered by MAXSITE 1.10
[หน่วยงานด้านสาธารณสุข]
+
- กระทรวงสาธารณสุข
- สนง.ประกันสุขภาพฯ
- กรมควบคุมโรค
- สสส.
- สมาคมหมออนามัย
- สภาการพยาบาล
- กรมการแพทย์
- กรมสุขภาพจิต
- องค์การเภสัชกรรม
- กรมอนามัย
- กรมสนับสนุนบริการสุขภาพ
 
 
[หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง]
+
- ศูนย์กลางการจัดการความรู้
- กรมสรรพากร
- สำนักงาน กพ.
 
 
[มุมแห่งการเรียนรู้]
+
- ความรู้คอมฯby Bcoms.net
- Tip การใช้งาน Computer
- ศูนย์ความรู้คอมพิวเตอร์
- เกี่ยวกับ ไวรัส
- ข่าวไอที และ ทิป by ARiP
 
 


  

ความรู้ด้านยาและคบส.
แนวทางการเลือกซื้อและเลือกใช้ผลิตภัณฑ์ป้องกันแสงแดด

ศุกร์ ที่ 23 เดือน พฤษภาคม พ.ศ.2557


แนวทางการเลือกซื้อและเลือกใช้ผลิตภัณฑ์ป้องกันแสงแดด ผลสำรวจค่าความสามารถในการป้องกันรังสียูวีของผลิตภัณฑ์ป้องกันแสงแดดในท้องตลาดของสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยาในระหว่างปี พ.ศ.2549-2550 พบว่า ผลิตภัณฑ์ป้องกันแสงแดดที่ได้ระบุค่าความสามารถในการป้องกันรังสียูวีของผลิตภัณฑ์ป้องกันแสงแดดในการป้องกันการไหม้แดงของผิวหนังที่เกิดจากการสัมผัสรังสียูวีบี (UVB) หรือ Sun Protection Factor (SPF)พบว่าผลิตภัณฑ์ที่มีการอ้างค่า SPF 6-50 มีค่า SPF จริงที่ต่ำกว่าระบุในฉลากถึง ร้อยละ 48.3 ส่วนผลิตภัณฑ์ที่ฉลากระบุค่า SPF สูงกว่า 50 มีค่า SPF จริงที่ต่ำกว่าระบุในฉลากถึง ร้อยละ 90 การเลือกซื้อเลือกใช้ผลิตภัณฑ์ป้องกันแสงแดด ผลิตภัณฑ์ป้องกันแสงแดด ความถึง ผลิตภัณฑ์เครื่องสำอางที่มีส่วนผสมของสารป้องกันแสงแดดเพื่อปกป้องผิวหนังหรือส่วนของร่างการจากรังสีอัลตราไวโอเลต (รังสียูวี) ไม่รวมถึงสารป้องกันแสงแดดที่เป็นส่วนผสมของเครื่องสำอางเพื่อทำหน้าที่อื่น เช่น ปกป้องผลิตภัณฑ์ไม่ให้เสื่อมคุณภาพหรือแต่งสีของผลิตภัณฑ์ ข้อพิจารณาในการเลือกซื้อผลิตภัณฑ์ 1.ส่วนประกอบสารป้องกันแสงแดด 1.1 กลุ่มสารสะท้อนแสง (Physical sunscreen หรือ Inorganic sunscreen) เป็นตัวเคลือบบนผิว เพื่อสะท้อนแสงแดด ประสิทธิภาพของการป้องกันแสงขึ้นกับขนาดของอนุภาคและประเภทของผลิตภัณฑ์ เช่น ครีม โลชั่น เจล สามารถป้องกันได้ทั้ง UVA และ UVB สารกลุ่มนี้ได้แก่ Zinc oxide, Titanium dioxide เป็นตัน ข้อดีของสารกลุ่มนี้คือ มีอาการแพ้และระคายเคืองน้อยกว่าชนิดดูดซับแสงแต่อาจทำให้รู้สึกเหนียวเหนอะหนะ อุดตันรูขุมขนได้ 1.2 กลุ่มสารดูดซับแสง (Chemical sunscreen หรือ Organic sunscreen) ทำหน้าที่ดูดซับแสงแดดไม่ให้ผ่านเข้ามาทำอันตรายผิวหนัง ได้แก่ Anthranilate ,Benzophenones, Cinnamates ซึ่งมีคุณสมบัติในการดูดซับแสง UV ต่างชนิดกัน เมื่อใช้ในผลิตภัณฑ์จึงมักใช้ 3-4 ชนิดผสมกันเพื่อให้ป้องกันได้ทั้ง UVA และ UVB 2.ค่า SPF บ่งบอกประสิทธิภาพในการป้องกันรังสียูวีเอ (รังสียูวีที่มีความยาวคลื่น 290-320 นาโนเมตร) ที่อาจก่อให้เกิดความเปลี่ยนแปลงของสารพันธุกรรมหรือ DNA ซึ่งเป็นสาเหตุของมะเร็งผิวหนัง ตัวเลขของ SPF ระบุได้ตั้งแต่ 2 ถึง มากกว่า 50 โดยมีระดับการป้องกันรังสียูวี ดังตาราง ตารางที่ 1 ค่าความสามารถในการป้องกันรังสียูวีบี ค่า SPF ความสามารถในการป้องกันการไหม้แดงของผิวหนัง ที่เกิดจากการสัมผัสยูวีบี (SPF) (ร้อยละ) 2 – น้อยกว่า 15 50 – 92 15 - 30 93 – 95 30 - 50 96 – 99 มากกว่า 50 มากกว่า 98 3.ค่าพี เอฟ เอ (PFA : Protection Factor of UVA) หมายถึง ค่าที่แสดงถึงความสามารถของ ผลิตภัณฑ์ในการป้องกันการดำคล้ำของผิวหนังที่เกิดจากสัมผัสรังสียูวีเอ (รังสียูวีที่มีช่วงความยาวคลื่น 320 – 400 นาโนเมตร) ซึ่งเป็นสาเหตุสำคัญของการเกิดผิวแก่ก่อนวัย จุดด่างดำ ฝ้า และกระแดด นอกจากนี้ ยังมีรายงานว่ายูวีเอ สามารถทำให้ผิวมีความไวต่อยูวีบีมากขึ้นด้วย ซึ่งบนฉลากจะพบในรูปของค่า พี เอ (PA : Protection grade of UVA) ซึ่งเป็นค่าที่สมาคมอุตสาหกรรมเครื่องสำอางแห่งประเทศญี่ปุ่น (Japan Cosmetic Industry Association : JCIA) กำหนดขึ้นแทนการใช้ค่า PFA ค่า PA บนฉลากผลิตภัณฑ์แสดงระดับประสิทธิภาพของการป้องกันรังสียูวีเอ(UVA) โดยใช้เครื่องหมายบวก (+) แสดงระดับประสิทธิภาพเป็น 4 ระดับ ดังแสดงในตารางที่ 2 ตารางที่ 2 ระดับและค่าความสามารถของการป้องกันรังสียูวีเอของผลิตภัณฑ์ป้องกันแสงแดด (PFA) กับการแสดงค่าบนฉลากของผลิตภัณฑ์ป้องกันแสงแดด ระดับของประสิทธิภาพ ค่าความสามารถของในการป้องกันรังสียูวีเอ ของผลิตภัณฑ์ป้องกันแสงแดด (PFA) ค่า PA ต่ำ 2 หรือมากกว่า แต่น้อยกว่า 4 (2 – น้อยกว่า4) PA+ กลาง 4 หรือมากกว่า แต่น้อยกว่า 8 (4 – น้อยกว่า8) PA++ สูง 8 หรือมากกว่า แต่น้อยกว่า 16 (8 – น้อยกว่า16) PA+++ สูงมาก ตั้งแต่ 16 ขึ้นไป PA++++ การระบุค่าความสามารถในการป้องกันรังสียูวีเอ (PFA) อาจแสดงระดับสัญลักษณ์หรือค่าความสามารถอย่าใดอย่างหนึ่งนอกจาก PA ซึ่งสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยาได้กำหนดไว้ด้วยมาตรฐานจากอีก 2 แห่ง คือ 3.1 ในกรณีที่อ้างมาตรฐานของสหภาพยุโรปสามารถแสดงสัญลักษณ์ได้หากค่า PFA ของผลิตภัณฑ์มีค่ามากกว่าหรือเท่ากับหนึ่งในสามเท่าของค่า SPF 3.2 ในกรณีที่อ้างมาตรฐานของ Boots Star Rating (ค.ศ.2004) สามารถแสดงค่าความสามารถในการป้องกันรังสียูวีเอได้ค่า แสดงในตารางที่3 ตารางที่ 3 ค่า Boots Star Rating (ค.ศ.2004) ในการแสดงค่าความสามารถในการป้องกันรังสียูวีเอ อัตราส่วน UVA : UVB การแสดงค่า Boots Star Rating น้อยกว่า 0.2 ไม่สามารถแสดงสัญลักษณ์ได้ 0.22 - Boots Star Rating 0.42 - Boots Star Rating 0.62 - Boots Star Rating 0.82 - Boots Star Rating 0 Boots Star Rating 4.ความสามารถในการกันน้ำ (Water resistance) ช่วยแสดงให้ทราบว่าผลิตภัณฑ์ป้องกันแสงแดดนี้ยังคงมีค่า SPF อยู่ในเกณฑ์ที่กำหนดแม้ทาผลิตภัณฑ์แล้วมีการแช่อยู่ในน้ำขององค์การอาหารและยา ประเทศสหรัฐอเมริกา (US FDA) แบ่งความสามารถในการกันน้ำเป็น 2 ระดับ คือ 4.1 Water resistance หรือ Water resistance (40) หมายถึง ระดับการกันน้ำของผลิตภัณฑ์เครื่องสำอางที่มีสารป้องกันแสงแดดหลังจากทาผลิตภัณฑ์นั้นแล้วและอยู่ในน้ำเป็นเวลา 40 นาที คือ ผลิตภัณฑ์นั้นผ่านการทดสอบการแช่น้ำเป็นเวลา 20 นาที 2 รอบ (รวม 4ท นาที) โดยขึ้นจากน้ำ 20 นาที ระหว่างการแช่ครั้งที่ และ 2 และทดสอบค่า SPF เมื่อขึ้นจากน้ำแล้ว 20 นาที คือ เมื่อนาทีที่ 100 หลังจากทาผลิตภัณฑ์กันแดดครั้งแรก 4.2 Very Water resistance หรือ Very Water resistance (80) หมายถึง ระดับการกันน้ำของผลิตภัณฑ์เครื่องสำอางป้องกันแสงแดดจากทาผลิตภัณฑ์นั้นแล้วและอยู่ในน้ำเป็นเวลา 80 นาที คือ ผลิตภัณฑ์นั้นผ่านการทดสอบเมื่อแช่น้ำ 20 นาที 4 รอบ(รวม 80 นาที) และทดสอบค่า SPF เมื่อขึ้นจากน้ำแล้ว 2ท นาที คือ เมื่อนาทีที่ 180 หลังทาผลิตภัณฑ์กันแดดครั้งแรก แนวทางการใช้ผลิตภัณฑ์ป้องกันแดดอย่างมีประสิทธิภาพ เมื่อเราเลือกซื้อผลิตภัณฑ์กันแสงแดดมาได้แล้ววิธีที่จะทำให้ผลิตภัณฑ์มีประสิทธิภาพสูงสุดขึ้นอยู่กับการใช้อย่างถูกวิธี ในที่นี้ขอแนะนำวิธีการใช้ผลิตภัณฑ์ป้องกันแดด ดังนี้ 1.หลีกเลี่ยงการอยู่กลางแจ้งในช่วงเวลาที่แดดจัดโดยเฉพาะในเวลาระหว่างเวลา 10.00 -15.00 น. และการอยู่ใกล้แสงสะท้อนจากทราย น้ำ หิมะ และคอนกรีต 2.หากหลีกเลี่ยงไม่ได้นอกจากใช้ผลิตภัณฑ์กันแดด ควรใช้วิธีทางกายภาพอื่นๆ เสริมในการกำบังแสงแดด เช่น การสวมเสื้อผ้าป้องกัน สวมหมวก กางร่ม อยู่ภายใต้ร่มไม้ชายคาในอาคารในรถ เป็นต้น ซึ่งเป็นวิธีเสริมทางกายภาพนี้เหมาะสมสำหรับเด็กทารกที่มีอายุต่ำกว่า 6 เดือนที่ยังไม่ควรใช้ผลิตภัณฑ์กันแดดอีกด้วย 3.ผลิตภัณฑ์กันแสงแดดที่ดีควรมีค่าความสามารถในการป้องกัน UVB(SPF) และ UVA(PA) ต่างกันไม่มากกว่า 3 เท่า 4.ปริมาณที่ใช้แล้วมีประสิทธิภาพสูงสุด คือ 1 ช้อนชา หรือ 2 ข้อนิ้วมือ สำหรับทาหน้าและคอ (ยกเว้นรอบริมฝีปาก) โดยแบ่งทา 2 ครั้งเพื่อให้สามารถเกลี่ยได้ทั่วถึง 5.ให้ทาผลิตภัณฑ์ก่อนออกแดดอย่างน้อย 15 นาทีเพื่อให้ผลิตภัณฑ์เคลือบติดผิว และควรทาซ้ำทุก 12 ชั่วโมงเพื่อให้เกิดประสิทธิภาพต่อเนื่องในกรณีที่ต้องออกกิจกรรมกลางแดดหรือว่ายน้ำ ควรเลือกผลิตภัณฑ์ชนิดที่มีความสามารถในการกันน้ำ แนวทางการควบคุมการแจ้งรายละเอียดเพื่อขออนุญาตของผลิตภัณฑ์ป้องกันแสงแดดต่อสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา มีดังนี้ - การแสดงฉลากบนผลิตภัณฑ์ป้องกันแสงแดดให้เป็นไปตามประกาศคณะกรรมการเครื่องสำอาง เรื่องการแสดงคำเตือนบนฉลากและเรื่องฉลากของเครื่องสำอาง ลงวันที่ 11 กุมพาพันธ์ พ.ศ.2554 โดยสรุป 3 ข้อ คือ 1)การใช้ผลิตภัณฑ์เครื่องสำอางที่มีสารป้องกันแสงแดด เป็นเพียงวิธีหนึ่งที่จะช่วยลดความเสี่ยงจากอันตรายจากแสงแดด 2)อ่านวิธีให้ละเอียดและปฏิบัติตามอย่างเคร่งครัด และ 3)หากใช้แล้วมีความผิดปกติใดๆ เกิดขึ้น ต้องหยุดใช้แล้วปรึกษาแพทย์ - ใช้หลักเกณฑ์การแจ้งรายละเอียดผลิตภัณฑ์ป้องกันแสงแดดในการแสดงความสามารถในการป้องกันแสงแดดและการอ้างคุณสมบัติ ของผลิตภัณฑ์ป้องกันแสงแดด ประกอบด้วย 1)การแจ้งรายละเอียดการแสดงค่าความสามารถในการป้องกันรังสียูวี , วิธีทดสอบความสามารถในการป้องกันรังสียูวี และความสามารถในการกันน้ำของผลิตภัณฑ์ 2)กลุ่มผลิตภัณฑ์ป้องกันแสงแดด 3)กลุ่มผลิตภัณฑ์ที่ไม่เป็นจัดเป็นผลิตภัณฑ์ป้องกันแสงแดด และ 4)ข้อแนะนำในการเลือกใช้ผลิตภัณฑ์ป้องกันแสงแดดที่เหมาะสม - การระบุข้อความคุณสมบัติป้องกันน้ำจะไม่อนุญาตให้ระบุคำว่า Waterproof หรือ Sweatproof หรือ Sun blocks เนื่องจากอาจทำให้ผู้ใช้เข้าใจผิดในคุณสมบัติของผลิตภัณฑ์ได้ - คุณสมบัติของรูปแบบผลิตภัณฑ์ที่จะระบุข้อความป้องกันแสงแดดนั้นๆ จะต้องมีคุณสมบัติในการใช้แล้วไม่ล้างออกทันที (Leave on products) เท่านั้น

เข้าชม : 1099


ความรู้ด้านยาและคบส. 5 อันดับล่าสุด

      วิธีส่งเสริมความร่วมมือในการใช้ยาวัณโรค 16 / ส.ค. / 2562
      ยาสามัญประจำบ้าน ตอนที่2 22 / ม.ค. / 2559
      บัญชีรายการยาโรงพยาบาลลอง 59 22 / ม.ค. / 2559
      “ลิชมาเนีย” โรคติดเชื้อภัยร้ายตัวใหม่ 22 / ม.ค. / 2559
      Antibiotic Awareness Day 2 / ธ.ค. / 2558


Home     About us     News     Calendar     Webboard     Knowledge    Admin
โรงพยาบาลลอง 156 หมู่ 6 ต.ห้วยอ้อ อ.ลอง จ.แพร่ 54150
Tel. 0-05458-1479 , 0-5458-1661 Fax. 0-5458-1479 ต่อ 1041 ivr sesli yanit
ผู้จัดทำ : ทีมเทคโนโลยีสารสนเทศ

Powered by maxsite
Webmaster : layoke2003@hotmail.com