[x] ปิดหน้าต่างนี้
Powered by MAXSITE 1.10
[หน่วยงานด้านสาธารณสุข]
+
- กระทรวงสาธารณสุข
- สนง.ประกันสุขภาพฯ
- กรมควบคุมโรค
- สสส.
- สมาคมหมออนามัย
- สภาการพยาบาล
- กรมการแพทย์
- กรมสุขภาพจิต
- องค์การเภสัชกรรม
- กรมอนามัย
- กรมสนับสนุนบริการสุขภาพ
 
 
[หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง]
+
- ศูนย์กลางการจัดการความรู้
- กรมสรรพากร
- สำนักงาน กพ.
 
 
[มุมแห่งการเรียนรู้]
+
- ความรู้คอมฯby Bcoms.net
- Tip การใช้งาน Computer
- ศูนย์ความรู้คอมพิวเตอร์
- เกี่ยวกับ ไวรัส
- ข่าวไอที และ ทิป by ARiP
 
 


  

ความรู้ด้านยาและคบส.
เหตุผลที่ควรต้องฉีดวัคซีนไข้หวัดใหญ่ทุกปี

อังคาร ที่ 16 เดือน มิถุนายน พ.ศ.2558


 

เหตุผลที่ควรต้องฉีดวัคซีนไข้หวัดใหญ่ทุกปี

 

ประเทศไทยพบโรคไข้หวัดใหญ่ประมาณร้อยละ 30 ของผู้ป่วยที่มีอาการติดเชื้อของระบบทางเดินหายใจเฉียบพลันพบมากในฤดูฝนช่วง เดือนมิถุนายนถึงตุลาคม และฤดูหนาวช่วงเดือนมกราคมถึงมีนาคม แต่พบได้ประปรายตลอดปี

เหตุผลที่ควรต้องฉีดวัคซีนไข้หวัดใหญ่ทุกปี เพราะเชื้อไวรัสไข้หวัดใหญ่จะเปลี่ยนแปลงเล็กน้อยอยู่เสมอ ทำให้เกิดเชื้อใหม่ในสัตว์และในคนอยู่เป็นระยะ เป็นเหตุให้ภูมิคุ้มกันโรคในสัตว์และในคนที่มีอยู่เดิมอาจไม่สามารถป้องกัน โรคได้ นอกจากนี้ภูมิคุ้มกันของร่างกายที่มีต่อเชื้อไข้หวัดใหญ่นั้นคงอยู่ไม่นาน และมักจะลดต่ำลงได้ในระยะเวลาไม่กี่เดือนหรือปี ดังนั้นการฉีดวัคซีนไข้หวัดใหญ่ทุกปีจึงเป็นการกระตุ้นให้ระบบภูมิคุ้มกัน ให้เหมาะสมกับเชื้อไข้หวัดใหญ่ที่มาใหม่แต่ละปี และมีระดับที่สูงอยู่ตลอดเวลาสำหรับรับมือกับเชื้อที่จะเข้ามาสู่ร่างกายของเรา

 

vacc.jpg

 

 

วัคซีนไข้หวัดใหญ่ตามฤดูกาลจะประกอบด้วย 3 สายพันธุ์ย่อยของเชื้อไข้หวัดใหญ่ คือ สายพันธุ์ A 2 subtypes (H1N1 และ H3N2) และสายพันธุ์ B 1 สายพันธุ์ย่อย โดยองค์การอนามัยโลกจะคัดเลือกสายพันธุ์ย่อยของเชื้อไข้หวัดใหญ่ที่พบการ ระบาดหลายแห่งทั่วโลกและมีแนวโน้มว่าจะเป็นเชื้อต้นเหตุในปีถัดไปของซีกโลก เหนือ และซีกโลกใต้ เพื่อเป็นข้อกำหนดให้ใช้ในการผลิตวัคซีนสำหรับปีถัดไป ในปัจจุบันพบว่ามีการผลิตวัคซีนไข้หวัดใหญ่ทั้งชนิดที่มี 3 สายพันธุ์ย่อย (Trivalent Vaccine; TIV) และ 4 สายพันธุ์ย่อย (Quadrivalent Vaccine; QIV) ของ influenza virus ซึ่งคำแนะนำขององค์การอนามัยโลกสำหรับปี พ.ศ. 2558-2559 มีดังนี้ สำหรับวัคซีนไข้หวัดใหญ่ชนิดที่มี 3 สายพันธุ์ย่อย (Trivalent Vaccine; TIV) ควรประกอบด้วย

  • Influenza A/California/7/2009 (H1N1)pdm09-like virus;
  • Influenza A/Switzerland/9715293/2013 (H3N2)-like virus;
  • Influenza B/Phuket/3073/2013-like virus.

สำหรับวัคซีนไข้หวัดใหญ่ชนิดที่มี 4 สายพันธุ์ย่อย (Quadrivalent Vaccine; QIV) ควรประกอบด้วย 3 สายพันธุ์ย่อยข้างต้นร่วมกับ influenza B/Brisbane/60/2008-like virus โดยการให้วัคซีนไข้หวัดใหญ่ชนิดที่มี 4 สายพันธุ์ย่อย (Quadrivalent Vaccine; QIV) อาจมีประโยชน์ในกรณีที่มีการระบาดของเชื้อ Influenza B ชนิดที่เพิ่มขึ้นในวัคซีนนี้ และเหมาะสำหรับกลุ่มผู้ป่วยเฉพาะ เช่น ผู้ป่วยเด็ก ผู้ที่มีภูมิคุ้มกันต่ำ ซึ่งมีความเสี่ยงต่อการติดเชื้อ Influenza B และสามารถเกิดภาวะแทรกซ้อนที่รุนแรงได้ กลุ่มเป้าหมายที่แนะนำให้ฉีดวัคซีนไข้หวัดใหญ่ทุกปี ปีละ 1 เข็ม ตามสายพันธุ์ที่แนะนำโดยองค์การอนามัยโลก ได้แก่

1.      กลุ่มที่มีความเสี่ยงสูงในการที่จะเกิดอาการแทรกซ้อน หลังจากป่วยเป็นไข้หวัดใหญ่

o   บุคคลที่อายุ 65 ปีขึ้นไป

o   บุคคลที่เข้ารับการบำบัดอยู่ใน nursing home และสถานที่รับดูแลโรคเรื้อรัง

o   ผู้ใหญ่และเด็กที่มีโรคปอดเรื้อรัง โรคระบบหัวใจไหลเวียน รวมทั้งเด็กที่เป็นโรคหอบหืดด้วย

o   ผู้ใหญ่หรือเด็กที่ต้องเข้ารับการรักษา เป็นผู้ป่วยในโรงพยาบาลอยู่เป็นประจำด้วยโรคเรื้อรัง คือ โรคเบาหวาน โรคไต โรคเลือด หรือมีภูมิคุ้มกันบกพร่อง รวมทั้งผู้ที่ได้รับยากดระบบภูมิคุ้มกัน

o   เด็กหรือวัยรุ่น(6 เดือน-18 ปี) ที่จำเป็นจะต้องได้รับการรักษาด้วยแอสไพรินเป็นประจำจะมีความเสี่ยงสูงต่อ การป่วยเป็น Reye''s Syndrome หากป่วยเป็นไข้หวัดใหญ่

2.      กลุ่มที่อาจแพร่โรคไปสู่กลุ่มเสี่ยงสูง

o   แพทย์-พยาบาล บุคลากรอื่นๆ ในโรงพยาบาล

o   เจ้าหน้าที่ใน nursing home และสถานที่บำบัดผู้ป่วยโรคเรื้อรัง

o   บุคคลที่เข้าพักอยู่ในบ้านเดียวกันกับคนที่มีความเสี่ยงสูง

3.      กลุ่มอื่น ๆ ได้แก่ ประชาชนทั่วไปที่ต้องการฉีดเพื่อป้องกันการป่วยเป็นไข้หวัดใหญ่ โดยคนที่ได้รับวัคซีนไข้หวัดใหญ่อาจมีอาการไข้ ปวดเมื่อยตามตัว หรือปวดบวมบริเวณที่มีการฉีดวัคซีน แต่อาการส่วนใหญ่จะไม่รุนแรงและสามารถหายเป็นปรกติได้ภายใน 1-2 วัน สำหรับบุคคลที่มีข้อห้ามในการฉีดวัคซีนไข้หวัดใหญ่ ได้แก่ ผู้ที่มีประวัติแพ้ไข่ไก่แบบรุนแรง เนื่องจากวัคซีนไข้หวัดใหญ่ผลิตจากไข่ไก่ฟัก และผู้ที่มีไข้สูง หรือมีอาการเจ็บป่วยแบบเฉียบพลันควรรอให้อาการไข้ลดลงก่อนแล้วจึงไปเข้ารับ การฉีดวัคซีน

http://www.pharmacy.mahidol.ac.th/knowledge/pics/0259.jpg

 

เอกสารอ้างอิง

จันทนา ห่วงสายทอง (2558). บทความเผยแพร่ความรู้สู่ประชาชน วัคซีนไข้หวัดใหญ่ .. ที่นี่มีคำตอบ

ภาควิชาเภสัชกรรม คณะเภสัชศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล. [ระบบออนไลน์]. แหล่งที่มา

http://www.pharmacy.mahidol.ac.th/th/knowledge/article/259/ (15 มิถุนายน 2558).



เข้าชม : 11015


ความรู้ด้านยาและคบส. 5 อันดับล่าสุด

      วิธีส่งเสริมความร่วมมือในการใช้ยาวัณโรค 16 / ส.ค. / 2562
      ยาสามัญประจำบ้าน ตอนที่2 22 / ม.ค. / 2559
      บัญชีรายการยาโรงพยาบาลลอง 59 22 / ม.ค. / 2559
      “ลิชมาเนีย” โรคติดเชื้อภัยร้ายตัวใหม่ 22 / ม.ค. / 2559
      Antibiotic Awareness Day 2 / ธ.ค. / 2558




ชื่อ/Email :
ใส่รหัสที่ท่านเห็นลงในช่องนี้
ไอคอน : ย่อหน้า จัดซ้าย จัดกลาง จัดขวา ตัวหนา ตัวเอียง เส้นใต้ ตัวยก ตัวห้อย ตัวหนังสือเรืองแสง ตัวหนังสือมีเงา สีแดง สีเขียว สีน้ำเงิน สีส้ม สีชมพู สีเทา
อ้างอิงคำพูด เพิ่มเพลง เพิ่มวีดีโอคลิป เพิ่มรูปภาพ เพิ่มไฟล์ Flash เพิ่มลิงก์ เพิ่มอีเมล์
ความคิดเห็น :


กรุณาใช้คำพูดที่สุภาพ และอย่าใช้คำพูดที่พาดพิงถึงบุคคลอื่นให้เสียหาย ขอขอบคุณที่ให้ความร่วมมือ


ข้อความที่ท่านได้อ่าน เกิดจากการเขียนโดยสาธารณชน และส่งขึ้นมาแบบอัตโนมัติ เจ้าของระบบไม่รับผิดชอบต่อข้อความใดๆทั้งสิ้น เพราะไม่สามารถระบุได้ว่าเป็นความจริงหรือ ชื่อผู้เขียนที่ได้เห็นคือชื่อจริง ผู้อ่านจึงควรใช้วิจารณญาณในการกลั่นกรอง และถ้าท่านพบเห็นข้อความใดที่ขัดต่อกฎหมายและศีลธรรม กรุณาแจ้งที่ layoke2003@hotmail.com เพื่อให้ผู้ควบคุมระบบทราบและทำการลบข้อความนั้น ออกจากระบบต่อไป

Home     About us     News     Calendar     Webboard     Knowledge    Admin
โรงพยาบาลลอง 156 หมู่ 6 ต.ห้วยอ้อ อ.ลอง จ.แพร่ 54150
Tel. 0-05458-1479 , 0-5458-1661 Fax. 0-5458-1479 ต่อ 1041 ivr sesli yanit
ผู้จัดทำ : ทีมเทคโนโลยีสารสนเทศ

Powered by maxsite
Webmaster : layoke2003@hotmail.com