[x] ปิดหน้าต่างนี้
Powered by MAXSITE 1.10
[หน่วยงานด้านสาธารณสุข]
+
- กระทรวงสาธารณสุข
- สนง.ประกันสุขภาพฯ
- กรมควบคุมโรค
- สสส.
- สมาคมหมออนามัย
- สภาการพยาบาล
- กรมการแพทย์
- กรมสุขภาพจิต
- องค์การเภสัชกรรม
- กรมอนามัย
- กรมสนับสนุนบริการสุขภาพ
 
 
[หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง]
+
- ศูนย์กลางการจัดการความรู้
- กรมสรรพากร
- สำนักงาน กพ.
 
 
[มุมแห่งการเรียนรู้]
+
- ความรู้คอมฯby Bcoms.net
- Tip การใช้งาน Computer
- ศูนย์ความรู้คอมพิวเตอร์
- เกี่ยวกับ ไวรัส
- ข่าวไอที และ ทิป by ARiP
 
 


  

ความรู้ด้านยาและคบส.
รู้ไหมทำไมต้องยกเลิกวัคซีนโปลิโอรวม 3 สายพันธุ์ชนิดหยอด

ศุกร์ ที่ 27 เดือน พฤศจิกายน พ.ศ.2558


รู้ไหมทำไมต้องยกเลิกวัคซีนโปลิโอรวม 3 สายพันธุ์ชนิดหยอด

จากข่าวการยกเลิกวัคซีนโปลิโอแบบหยอดชนิด 3 สายพันธุ์ คุณอาจสงสัยว่าวัคซีนโปลิโอแบบนี้ไม่ดีอย่างไร ทำไมต้องยกเลิก เรามาทำความรู้จักกับวัคซีนโปลิโอแบบง่ายๆ กันดีกว่า

วัคซีนพื้นฐาน  คือ วัคซีนจำเป็นตามแผนสร้างเสริมภูมิคุ้มกันโรคที่กระทรวงสาธารณสุขกำหนดให้ เด็กไทยทุกคนต้องได้รับ โดยเป็นวัคซีนป้องกันโรคสำคัญๆ ที่ติดต่อได้ง่าย หรือโรคที่ก่อให้เกิดอาการรุนแรงอันตรายในเด็กทั้งหมด 10 โรค  รวมถึงโรคโปลิโอ  ซึ่งปัจจุบันวัคซีนโปลิโอมี 2 ชนิด คือ

1.ชนิดรับประทาน  เรียกว่า OPV เป็นวัคซีนที่เตรียมจากเชื้อโปลิโอที่ยังมีชีวิตอยู่แต่ทำให้อ่อนฤทธิ์ลง รวม 3 สายพันธุ์ คือ สายพันธุ์เซบิน 1,2 และ 3 ใช้โดยการหยอดใส่ปาก ซึ่งเป็นการเลียนแบบการติดเชื้อตามธรรมชาติ ทำให้ร่างกายสร้างภูมิคุ้มกันเฉพาะที่บริเวณเยื่อบุลำคอและลำไส้อย่างรวด เร็วและอยู่ได้นาน ไม่แนะนำให้ใช้ในเด็กที่มีภาวะภูมิคุ้มกันบกพร่องหรือได้ยากดภูมิคุ้มกัน

2.ชนิดฉีดเข้ากล้ามเนื้อ  เรียกว่า IPV เป็นวัคซีนเชื้อตาย  จะอยู่ในรูปของวัคซีนรวม โดยรวมอยู่กับวัคซีนคอตีบ-บาดทะยัก-ไอกรน วัคซีนฮิบ และวัคซีนตับอักเสบบี รวมเป็น 4, 5 หรือ 6 ชนิดในเข็มเดียวกัน สามารถใช้ทดแทนวัคซีนโปลิโอชนิดหยอดได้ สามารถใช้ในเด็กที่มีภูมิคุ้มกันบกพร่อง/มีสมาชิกในครอบครัวเป็นโรคดังกล่าว หรือได้ยากดภูมิคุ้มกันได้ อย่างไรก็ดี  เมื่อฉีดวัคซีนชนิดนี้ภูมิคุ้มกันไม่ได้เกิดทันทีหลังฉีด จึงไม่แนะนำให้ใช้ในเด็กที่ต้องการให้มีภูมิคุ้มกันเร่งด่วน

สำหรับวัคซีนโปลิโอซึ่งเด็กทุกคนสามารถเข้ารับตามโรงพยาบาล อนามัย หรือศูนย์บริการสาธารณสุขได้โดยไม่เสียค่าใช้จ่ายนั้นปัจจุบันเป็นชนิดรับ ประทานรวม 3 สายพันธุ์   แต่เมื่อวันที่ 1 มิ.ย. นพ.อภิชัย มงคล อธิบดีกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ กล่าวว่า  วัคซีนรวมชนิดรับประทานดังกล่าวมีผลข้างเคียง คือ

1. ทำให้เด็กที่รับวัคซีนเป็นโรคโปลิโอ แต่ไม่แพร่ระบาดต่อไปสู่ผู้อื่น พบได้ 1 ในล้านคนที่ได้รับวัคซีน

2.ผลข้างเคียงรุนแรงทำให้เกิดโรคโปลิโอ และทำให้ตัวเชื้อกลายพันธุ์ ถึง 90% ส่วนใหญ่มาจากสายพันธุ์เซบิน  2

ดังนั้น แผนระยะสั้น องค์การอนามัยโลก (WHO)  จึงเปลี่ยนการให้วัคซีนแบบใหม่เป็นการให้วัคซีนชนิดหยอดรับประทาน 2 สายพันธุ์ คือ สายพันธุ์เซบิน 1 และ 3 เรียกว่า bivalent OPV ( bOPV)  ร่วมกับการให้วัคซีนชนิดฉีดสำหรับสายพันธุ์เซบิน 2 เพราะชนิดฉีดไม่ก่อให้เกิดการกลายพันธุ์

สำหรับแผนระยะยาว WHO แนะนำให้ทุกประเทศหันมาใช้วัคซีน IPV ทดแทนการให้วัคซีนรวม 3 สายพันธุ์ชนิดหยอดรับประทาน ก่อนสิ้นปี 2558 เพื่อให้มั่นใจว่าเด็กที่ได้รับวัคซีน bOPV จะยังคงมีภูมิคุ้มกันต่อโปลิโอไวรัสสายพันธุ์เซบิน  2  ที่ไม่มีอยู่ใน bOPV และในเดือนเมษายน 2559 กำหนดให้โรงงาน หยุดผลิตวัคซีนเดิมชนิด 3 สายพันธุ์ ทุกประเทศจะทำลายวัคซีนเดิมที่เหลือ ซึ่งคาดว่าจะช่วยทำให้ทั่วโลกมีโอกาสบรรลุเป้าหมายปิดฉากสุดท้ายของการกวาด ล้างโปลิโอได้มากขึ้นและลดการเกิดโรคโปลิโอที่เป็นผลข้างเคียงจากการได้รับ วัคซีนชนิด 3 สายพันธุ์ได้ ขณะนี้หลายประเทศได้ตกลงและดำเนินการตามคำแนะนำขององค์การอนามัยโลกแล้ว

นายแพทย์อภิชัย กล่าวต่ออีกว่า สำหรับประเทศไทยมีนโยบายสอดคล้องกับแผนจัดการปิดฉากสุดท้าย ของการกวาดล้างโปลิโอตามมติของการประชุมสมัชชาองค์การอนามัยโลก โดยคณะกรรมการพัฒนาบัญชียาหลักแห่งชาติกำลังพิจารณาการนำวัคซีน IPV มาใช้ในแผนการสร้างเสริมภูมิคุ้มกันโรคของประเทศ เพื่อให้สามารถจัดซื้อวัคซีน IPV มาใช้ได้ทันในปี 2558 โดยหน่วยงานภาครัฐที่ทำหน้าที่ในการควบคุมคุณภาพชีววัตถุของประเทศ คือ สถาบันชีววัตถุ กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ มีหน้าที่หลักในการตรวจวิเคราะห์คุณภาพประกอบการขึ้นทะเบียนและ การรับรองรุ่นการผลิตของวัคซีนก่อนอนุญาตให้จำหน่ายในประเทศ จึงมั่นใจได้ว่ากรมวิทยาศาสตร์การแพทย์สามารถรองรับการปรับเปลี่ยนชนิดของ วัคซีนป้องกันโรคโปลิโอในแผนสร้างเสริมภูมิคุ้มกันโรคในเด็กตามนโยบายของ ประเทศได้ และกวาดล้างโรคโปลิโอให้หมดไปจากโลก

ที่มา :      คู่มือวัคซีน 2013 และประเด็นในการสื่อสาร กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ กระทรวงสาธารณสุข

 

 



เข้าชม : 889


ความรู้ด้านยาและคบส. 5 อันดับล่าสุด

      วิธีส่งเสริมความร่วมมือในการใช้ยาวัณโรค 16 / ส.ค. / 2562
      ยาสามัญประจำบ้าน ตอนที่2 22 / ม.ค. / 2559
      บัญชีรายการยาโรงพยาบาลลอง 59 22 / ม.ค. / 2559
      “ลิชมาเนีย” โรคติดเชื้อภัยร้ายตัวใหม่ 22 / ม.ค. / 2559
      Antibiotic Awareness Day 2 / ธ.ค. / 2558


Home     About us     News     Calendar     Webboard     Knowledge    Admin
โรงพยาบาลลอง 156 หมู่ 6 ต.ห้วยอ้อ อ.ลอง จ.แพร่ 54150
Tel. 0-05458-1479 , 0-5458-1661 Fax. 0-5458-1479 ต่อ 1041 ivr sesli yanit
ผู้จัดทำ : ทีมเทคโนโลยีสารสนเทศ

Powered by maxsite
Webmaster : layoke2003@hotmail.com